กองทุนประกันภัยพิบัติ ถกรื้อใหม่ ‘ประกันภัย-อัตราเบี้ย-ซับลิมิต’

นิคมอุตสาหกรรมกว่า 90% ได้สร้างกำแพงเสร็จแล้ว เขาไม่อยากเสียเบี้ย หากเบี้ยลดลงมาเหลือ 0.5% พวกโรงงานเขาก็นาจะโอเค

ประชาสัมพันธ์โดย : ทูเดย์อินชัวร์ดอทคอม ศูนย์รวมประกันภัยรถยนต์มากกว่า 3,000 รายการ,
ประกันภัยรถยนต์ชั้น1, ประกันภัยรถยนต์ชั้น3 ประกันภัยรถยนต์หลากหลายรุ่นให้เลือก

ประธานคณะกรรมการ กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ เปิดเผยว่าคณะอนุกรรมการของกองทุนฯ จะมีการประชุมหารือถึงรูปแบบของการทำประกันภัยพิบัติใหม่ รวมถึงมีการหารือในเรื่องของอัตราเบี้ยประกันภัยที่เหมาะสมเพื่อเปรียบเทียบกับตลาดโดยทั่วไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดึงเบี้ยประกันภัยให้ต่ำลงมา ส่วนจะต่ำได้อีกมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับความเสี่ยง เพราะในปัจจุบันอัตราเบี้ยประกันภัยในตลาดได้มีการปรับลดลง ในขณะที่อัตราเบี้ยประกันภัยของกองทุนฯ จะคงที่ โดยบ้านที่อยู่อาศัยคิดที่ 0.5% ของทุนประกันภัย เอสเอ็มอีคิดที่ 1% ของทุนประกันภัย และอุตสาหกรรมคิดที่ 1.25% ของทุนประกันภัย

ขณะเดียวกันก็จะมีการนำเรื่อง Sub Limit หรือ การประกันภัยแบบจำกัดวงเงินความรับผิดมาพิจารณาด้วย หากคณะอนุกรรมการได้ข้อสรุปก็จะนำเรื่องเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ พร้อมกับเสนอชื่อบริษัทที่ปรึกษา หรือ บริษัทนายหน้าประกันภัยต่อ เพื่อให้บอร์ดพิจารณาแต่งตั้ง หลังจากนั้นเข้าสู่กระบวนการซื้อประกันภัยต่อว่าควรซื้ออย่างไร ซื้อวงเงินความคุ้มครองเท่าไหร่ เพราะนายหน้าจะต้องเป็นผู้ที่แนะนำ

จากการสอบถามและพบนักลงทุนต่างประเทศ ณ ขณะนี้เกิดความมั่นใจมากกว่าเดิม หลังจากที่กองทุนฯ ได้ขยาย Sub Limit จาก 30% เป็น 50% ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีกว่าเดิม และเชื่อว่ารีอินชัวเรอร์ในต่างประเทศเขาก็อยากรับเอาไว้เองเพราะมีกองทุนแล้ว บริษัทต่างๆ ก็มีแผนป้องกันน้ำท่วมเอาไว้แล้ว จึงเชื่อว่าปีนี้น้ำไม่ท่วม

ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัทกรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ย้ำว่า ปีนี้น้ำไม่ท่วมแน่นอน และปีหน้าก็คาดว่าน้ำไม่ท่วม ในขณะที่นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ได้มีการก่อสร้างกำแพงขึ้นมาสูงป้องกันน้ำท่วม ทำให้รีอินชัวเรอร์เกิดความมั่นใจมาก และรีอินชัวเรอร์จะเข้ามาแข่งขันในตลาดไทยมากกว่าเดิม และเมื่อหันมาดูอัตราเบี้ยประกันภัยของกองทุนฯ แล้ว ที่คิด 1% สำหรับเอสเอ็มอี และ 1.25% สำหรับอุตสาหกรรม และยังมี Sub Limit อีก ทำให้ภาพโดยรวมจึงมองว่าเบี้ยยังแพงอยู่ เพราะในเมื่อเอกชนมั่นใจว่าไม่ท่วม และมีมาตรการป้องกันน้ำท่วมเอาไว้แล้ว เบี้ยก็ควรจะลงมาได้อีก ซึ่งเอกชน หรือผู้ประกอบการมองว่าเบี้ยควรจะลดลงมาได้ที่ 0.5% เท่ากับเบี้ยภาคครัวเรือน

“ตอนนี้โรงงานเขามองว่าเบี้ย 1.25% แพงไป เพราะนิคมอุตสาหกรรมกว่า 90% ได้สร้างกำแพงเสร็จแล้ว เขาไม่อยากเสียเบี้ย หากเบี้ยลดลงมาเหลือ 0.5% พวกโรงงานเขาก็นาจะโอเคนะ อย่าลืมซิตอนนี้กับตอนนั้นสถานการณ์มันต่างกันมาก ตอนนี้เมื่อเขาป้องกันได้แล้ว ทำไมเขาต้องจ่ายที่ 12.5 ล้านบาทต่อทุนประกันภัย 1 พันล้านบาท ซึ่งเงินจำนวน 12.5 ล้านบาท นั้นทำอะไรได้เยอะนะ”

กรรมการผู้จัดการ บริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TIP กล่าวว่า ณ ขณะนี้อัตราเบี้ยประกันภัยพิบัติในตลาดได้ปรับตัวลดลงแล้ว บางบริษัทได้เสนออัตราเบี้ยประกันภัยต่ำกว่ากองทุนฯ 20% ซึ่งถือว่าเป็นความสำเร็จของการจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติขึ้นมา หากไม่มีการจัดตั้งกองทุนฯ ขึ้นมา เชื่อว่าอัตราเบี้ยประกันภัยในตลาดอาจจะปรับลดลงมาไม่ได้รวดเร็วขนาดนี้

เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ยอดเบี้ยประกันภัยจากการขายประกันภัยพิบัติ ณ ขณะนี้ยังไม่มากนัก ตั้งแต่กลาง ก.ย.เป็นต้นไปจะเริ่มเห็นตัวเลขอย่างชัดเจนมากกว่าเดิม เพราะเป็นช่วงที่มีการต่อสัญญาประกันภัย โดยเฉพาะเดือน ต.ค.-ธ.ค.จะเป็นช่วงที่มีการต่อสัญญาประกันภัยจำนวนมาก ส่วนกรณีที่มีบางบริษัทประกันภัยได้เสนออัตราเบี้ยประกันภัยน้ำท่วมที่ต่ำกว่ากองทุนฯ 20% นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

หากบริษัทประกันภัยสามารถเสนอเบี้ยได้ต่ำกว่ากองทุนฯ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องส่งมาให้กองทุนฯ เพราะตอนที่กองทุนตั้งขึ้นมาอัตราเบี้ยดังกล่าวถือว่าถูกมาก แต่พอจัดตั้งแล้วเสร็จ เอกชนมีการสร้างกำแพง มีมาตรการป้องกันน้ำท่วม ทำให้เกิดความมั่นใจว่าปีนี้น้ำไม่ท่วม ก็หันมาดูว่าแล้วทำไมต้องมี Sub Limit แต่ ณ ขณะนี้หลายฝ่ายมั่นใจมากกว่าเดิม ก็ไม่ได้ดูที่ Sub Limit แล้ว แต่หันมาดูอัตราเบี้ยประกันภัยในขณะนี้ว่าควรที่จะต่ำได้อีก เพราะสถานการณ์ขณะนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก

“พอเอกชนมั่นใจก็เลยมองว่าเบี้ยในขณะนี้แพง ซึ่งกองทุนฯ ตั้งขึ้นมามีวัตถุประสงค์ให้ธุรกิจประกันภัยมีเสถียรภาพ กองทุนไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร แต่ต้องการให้เกิดความคุ้มครองที่เหมาะสม ณ ขณะนี้ถือว่ากองทุนฯ ได้ประสบผลสำเร็จแล้วที่ผลักดันให้เบี้ยประกันภภัยในระบบลดลงมาได้ และเป็นอัตราที่ต่ำกว่ากองทุนฯ ตอนนี้กองทุนไม่ต้องการสร้างความสับสนให้ประชาชน หากบริษัทประกันภัยรายไหนขายต่ำกว่ากองทุน20% เชิญเลยไม่ต้องส่งเข้ากองทุน และถือว่าเป็นเรื่องที่ดี”

ขณะนี้กองทุนฯ ได้รายชื่อที่ปรึกษาในการทำประกันภัยต่อแล้ว โดยจะเสนอให้คณะกรรมการกองทุนฯ พิจารณา ซึ่งเป็นชื่อที่รู้จักกันดี ติดอันดับ 5 ของโลก สำหรับวงเงินที่จะส่งไปให้รีอินชัวเรอร์ก้อนแรก สมมุติว่าก้อนแรกที่จะทำประกันภัยต่อวงเงินอาจจะอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท (ทุนประกันภัย) ซึ่งกองทุนฯ จะทยอยส่งไปรีในต่างประเทศ และคาดว่าในเดือน ต.ค.นี้จะส่งให้กับรีฯ ได้ก้อนแรก

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ


หมวดประกันภัยรถยนต์อื่น ที่สามารถเลือกซื้อได้

 วิริยะประกันภัย   กรุงเทพประกันภัย   สินมั่นคงประกันภัย   อาคเนย์ประกันภัย   เมืองไทยประกันภัย 
This entry was posted in กรุงเทพประกันภัย, ข่าวประกันภัย, คปภ., น้ำท่วม, บริษัทประกันภัย, ประกันภัย and tagged , , , , , , . Bookmark the permalink.

Comments are closed.